aaznoow
Saturday, December 30, 2006
Wednesday, December 06, 2006
เหมือนว่าจะว่างจัด
พรุ่งนี้มีงานนิติสัมพันธ์ที่ มธ.เป็นเจ้าภาพ เลยต้องไปแข่งบาสที่รังสิตโน่นแหน่ะ ไกลมากๆ ยังไม่รู้เลยว่าจะกลับบ้านยังไงเหอๆ แล้ววันนี้พึ่งได้ชุดทีมไว้แข่งบาสอะ เป็นสีขาวตามสีคณะอะนะ แต่คุณคะ ผ้าเนื้อบางมาก ดิฉันคงไม่สามารถใส่เล่นทั้งชุดโล่งๆได้ มันจะอนาจารและเซ็กซี่เกินนน มีเพื่อนบอกว่าให้ลองใส่leggings ลงไปแข่งสิ จะได้ไม่บาง แล้วยังทันสมัยอีกตะหาก ...ช่างคิดได้
เออเราใส่เบอร์ 11ล่ะ ตอนแรกกะจะเล่นมุกบอกรุ่นน้องว่า พี่วุ้นจะเอา เบอร์ 007 ค่ะ แต่ชิชะมีรุ่นพี่เอาเบอร์7ไปแล้วง่ะ อดเป็นเจมส์ บอนด์ เลย...
เราบอกพี่เอิร์ทว่า พี่วุ้นน่ะเลบาสไม่ค่อยได้อะ พี่เอิร์ทตอบกลับมาว่า แกเล่นในไม่ต้องเล เน้นชู้ทใต้แป้นเอา ไม่ต้องมาเล่นนอกเลย(นอกในที่นี้ก็พวกเล่นเป็น ปีก เป็น การ์ด) หง่ะ สุดท้ายก็ติดอยู่ที่ตำแหน่งเดิมๆ เป็นเซ็นเตอร์ ที่เตี้ยที่สุดในทีม! จะกระโดดจัมพ์ชู้ท อย่างใครเขาก็ยังโดดไม่ขึ้นเลย...ให้ตายเหอะโรบิ้น ต้องเน้นความถึกไปแข่งสู้เขาอย่างเดียวเลยยยยย ง่าง่า
...อัพบลอคสนองความต้องการเสร็จแล้ว ไปซ้อมบาสดีกว่า...
Monday, December 04, 2006
หมอแมะ กับความดันต่ำ
"ความดันโลหิตต่ำ เป็นภาวะอาการไม่เป็นโรค โดยอาจจะเกิดจากโรคอื่น ๆ ได้เช่น
โรคหัวใจ การขาดสารน้ำ เสียเหงื่อมาก ***เพราะวิ่งรึป่าว ถ่ายอุจจาระมาก***หมายถึงท้องเสียหรอ หรือเสียเลือด ***คือหัวแตก ฟาดพื้นอย่างงั้นหรอ ภาวะอ่อนเพลีย
อดนอน โลหิตจาง***เคยบริจาคเลือดอะ เกี่ยวมะ อาการที่พบในภาวะความดันต่ำจะมีอ่อนเพลีย มึนงง เวลาลุกนั่ง ยืน
หรือเปลี่ยนท่าเร็วจะเกิดหน้ามืด เป็นลดได้ ***อือ นานๆเป็นนะ การรักษาควรจะหาสาเหตุว่าความดันต่ำเกิดจากโรคอะไรปกติความดันโลหิตวัดได้
90-130/60-90 วัดตามตัวบน/ตัวล่าง แต่ถ้าหากว่าต่ำ 90-60 ถือว่าความดันต่ำ
ถ้าไม่มีอาการหน้ามืด เวียนศีรษะ ไม่ต้องรักษา***ไม่มี๊ไม่มี
ข้อแนะนำ ควรจะมีการออกกำลังกายทุกวัน โดยการเดิน,
วิ่งเหยาะ ๆ , เต้นแอโรบิค วันละ 30
นาที, ดื่มน้ำมาก ๆ วันละ 6-8 แก้ว***ก็วิ่งไง ออกจะบ่อย แต่พักหลังๆพอวิ่งแล้วรู้สึกเสียดหน้าอกอะ ส่วนน้ำก็กินจนเพื่อนเรียกอีอูฐแล้วนะ อาจจะกินเค็มมากขึ้น***ไม่กินเค็มอะ กินเผ็ดมากกว่า ไม่แนะนำให้กินเบียร์หรือสุรา***บอย ไม่ดื่มฮ่ะ! เพราะจะทำให้ความดันโลหิตเพิ่มในช่วงแรกแต่ช่วงหลังความดันจะตก
คาดว่าสัปดาห์หน้าจะได้รับมอบยาจีน มาต้มกิน แหงๆ โอวว กลิ่นต้องแรงมากแน่(เพราะเคยเห็นพ่อ แม่ พี่ชาย เรากิน) ก็รู้นะว่ากินแล้วจะช่วยปรับสมดุลย์ให้ร่างกายกลับมาปกติ แต่ไม่ได้เป็นการรักษาโรค
...เหอๆ คราวที่แล้วก็หมอฝังเข็ม คราวนี้ก็หมอแมะกินยาจีน คราวหน้าเป็นหมออะไรอีกล่ะเนี่ย...
