aaznoow

Saturday, December 30, 2006

บาสประเพณีนิติ จุฬา-มธ.

หลังจากทนเสียงเรียกร้องที่ถามกันถึงผลการแข่งบาสนิติ จุฬา-มธ.มากันอย่างท่วมท้น ผลก็คือ แพ้ เหอ เหอ ก็กะอยู่แล้วล่ะ คุณพี่ฝั่งนู้นเล่นกันโคดเก่งเลย ขอซูฮก+ นิติจุฬาแข่บาสแพ้จนจะเป็นประเพณีอยู่แล้วด้วย ฮ่าฮ่า
การไปแข่งบาสครั้งนี้ที่รังสิต เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่น่าประทับใจมากเลย นอกจากเพื่อนๆที่ช่วยส่งกำลังใจกันมา(มีmsgมาด้วย) พอแข่งเสร็จเราเลยได้ชิวกับบรรยากาศมธ.ไปเต็มๆ
เพราะหลังจากนั้น ไอ้หมู(จำกันได้ไม๊ เพื่อนคู่ยากที่อยู่บัญชี มธ.อะ)เรียนเลิกเสร็จ มันก็เลยมาหา ตอนแรกนึกว่ามันเดินมาที่ไหนได้ขี่เจ้าscooterหรือที่เรียกกันว่ารถป๊อบมา มันชวนไปกินข้าว ไอ้เรานางสาววุ้น ผู้ไม่เคยขี่รถป๊อบมาก่อน ก็เลยได้ฤกษ์ขี่กันวันนั้น
มธ.ยามเย็น บรรยากาศดีมากอะ อย่างกับอยู่ในหนัง สองข้างทางถนนมีต้นไม้ใหญ่ขนาบข้าง รับกับพระอาทิตย์ตกดิน เวลานั้นเคลิ้มสุดๆเลย อยากมีแฟนมาขี่รถป๊อบให้เราซ้อนเหมือนหนุ่มสาวมธ.แถวนั้นบ้างจัง
แต่นั่นแหล่ะจะโรแมนติกไปก็เท่านั้น สุดท้ายก็กลับมาโลกแห่งความจริง ที่เรากับหมูเป็นเพื่อนกันเฉยๆ(เพื่อนสนิทยิ่งไม่มีสิทธิ) ฮ่าฮ่า...เลยต้องมาอารมณ์ค้างอยู่แบบนี้ ก็คงได้แต่รอว่าสักวัน ที่จะได้พบคนดีๆสักคนที่ต่างถูกใจกันและกันเสียที เนอะ
เริ่มค่ำก็กลับเข้างานนิตสัมพันธ์ต่อ ได้รู้จักสาวนิติมธ.ที่หมูกำลังจีบอยู่ เหมือนว่าเรากับสาวคนนั้นจะรู้จักอย่างดีฮ่าๆ เราไปแซวว่าหมูดูแลดีรึเปล่าสาวเจ้าตอบกลับมาว่า"ดีเหมือนที่ดูแลวุ้นนั่นแหล่ะ" แล้วไม่พอยังบอกเราว่า"หมูพูดถึงวุ้นบ่อยๆ" แน่ะไอ้หมูแอบเอาเราไปเม้าท์เรอะ สรุปแล้วคนนี้ผ่าน วุ้นอนุมัติให้มุ่งหน้าจีบต่อ สู้ๆนะหมู
พอดึกๆพี่หวายก็ขับรถมารับพร้อม พี่น๊อตกับพี่แบม เลยไปกินเสต็กโชคชัยกันต่อ แน่นอนพี่หวายเลี้ยง ฮ่าฮ่า อิ่มได้ใจมากกกกกก
...เรื่องที่จะเล่าก็มีเท่านี้แล...

Wednesday, December 06, 2006

เหมือนว่าจะว่างจัด

ตอนนี้นั่งอยู่ที่ห้องคอมคณะล่ะ ทั้งๆที่เวลานี้ควรจะเรียนEAPอยู่ แต่นะ อ.Philsงดอีกแล้วคับท่าน ฮ่าฮ่า ดิฉันรู้สึกเปรมยิ่งนัก รู้นะว่าควรนั่งอ่านหนังสือ(ไอ้มดแดงช่วยด้วย!หนังสือจะหล่นทับตายแล้ว)...แต่มาอัพบลอคหน่อยดีกว่า

พรุ่งนี้มีงานนิติสัมพันธ์ที่ มธ.เป็นเจ้าภาพ เลยต้องไปแข่งบาสที่รังสิตโน่นแหน่ะ ไกลมากๆ ยังไม่รู้เลยว่าจะกลับบ้านยังไงเหอๆ แล้ววันนี้พึ่งได้ชุดทีมไว้แข่งบาสอะ เป็นสีขาวตามสีคณะอะนะ แต่คุณคะ ผ้าเนื้อบางมาก ดิฉันคงไม่สามารถใส่เล่นทั้งชุดโล่งๆได้ มันจะอนาจารและเซ็กซี่เกินนน มีเพื่อนบอกว่าให้ลองใส่leggings ลงไปแข่งสิ จะได้ไม่บาง แล้วยังทันสมัยอีกตะหาก ...ช่างคิดได้

เออเราใส่เบอร์ 11ล่ะ ตอนแรกกะจะเล่นมุกบอกรุ่นน้องว่า พี่วุ้นจะเอา เบอร์ 007 ค่ะ แต่ชิชะมีรุ่นพี่เอาเบอร์7ไปแล้วง่ะ อดเป็นเจมส์ บอนด์ เลย...

เราบอกพี่เอิร์ทว่า พี่วุ้นน่ะเลบาสไม่ค่อยได้อะ พี่เอิร์ทตอบกลับมาว่า แกเล่นในไม่ต้องเล เน้นชู้ทใต้แป้นเอา ไม่ต้องมาเล่นนอกเลย(นอกในที่นี้ก็พวกเล่นเป็น ปีก เป็น การ์ด) หง่ะ สุดท้ายก็ติดอยู่ที่ตำแหน่งเดิมๆ เป็นเซ็นเตอร์ ที่เตี้ยที่สุดในทีม! จะกระโดดจัมพ์ชู้ท อย่างใครเขาก็ยังโดดไม่ขึ้นเลย...ให้ตายเหอะโรบิ้น ต้องเน้นความถึกไปแข่งสู้เขาอย่างเดียวเลยยยยย ง่าง่า

...อัพบลอคสนองความต้องการเสร็จแล้ว ไปซ้อมบาสดีกว่า...

Monday, December 04, 2006

หมอแมะ กับความดันต่ำ

แม่ลากไปให้หมอแมะมาอะ ท่านหมอก็แมะให้ แมะเสร็จนิ่งไปสักพัก ก่อนบอกเราว่า "ความดันต่ำนะ"... งง ครับท่าน โอจอช มันจะต่ำไปได้ไงฟระ สุขภาพเราออกจะดี ไม่ป่วยไม่ไข้ ออกกำลังกายก็ออกจะบ่อย!!
ทีนี้เลยกลับมาเปิดเนท หาข้อมูลเรื่อง ความดันต่ำ ก็เลยถึงบ้างอ้อว่าเราอาจจะความดันต่ำจริงๆก็ได้นะ

"ความดันโลหิตต่ำ เป็นภาวะอาการไม่เป็นโรค โดยอาจจะเกิดจากโรคอื่น ๆ ได้เช่น
โรคหัวใจ การขาดสารน้ำ เสียเหงื่อมาก ***เพราะวิ่งรึป่าว ถ่ายอุจจาระมาก***หมายถึงท้องเสียหรอ หรือเสียเลือด ***คือหัวแตก ฟาดพื้นอย่างงั้นหรอ ภาวะอ่อนเพลีย
อดนอน โลหิตจาง***เคยบริจาคเลือดอะ เกี่ยวมะ อาการที่พบในภาวะความดันต่ำจะมีอ่อนเพลีย มึนงง เวลาลุกนั่ง ยืน
หรือเปลี่ยนท่าเร็วจะเกิดหน้ามืด เป็นลดได้ ***อือ นานๆเป็นนะ การรักษาควรจะหาสาเหตุว่าความดันต่ำเกิดจากโรคอะไรปกติความดันโลหิตวัดได้
90-130/60-90 วัดตามตัวบน/ตัวล่าง แต่ถ้าหากว่าต่ำ 90-60 ถือว่าความดันต่ำ
ถ้าไม่มีอาการหน้ามืด เวียนศีรษะ ไม่ต้องรักษา***ไม่มี๊ไม่มี
ข้อแนะนำ ควรจะมีการออกกำลังกายทุกวัน โดยการเดิน,
วิ่งเหยาะ ๆ , เต้นแอโรบิค วันละ 30
นาที, ดื่มน้ำมาก ๆ วันละ 6-8 แก้ว***ก็วิ่งไง ออกจะบ่อย แต่พักหลังๆพอวิ่งแล้วรู้สึกเสียดหน้าอกอะ ส่วนน้ำก็กินจนเพื่อนเรียกอีอูฐแล้วนะ อาจจะกินเค็มมากขึ้น***ไม่กินเค็มอะ กินเผ็ดมากกว่า ไม่แนะนำให้กินเบียร์หรือสุรา***บอย ไม่ดื่มฮ่ะ! เพราะจะทำให้ความดันโลหิตเพิ่มในช่วงแรกแต่ช่วงหลังความดันจะตก

คาดว่าสัปดาห์หน้าจะได้รับมอบยาจีน มาต้มกิน แหงๆ โอวว กลิ่นต้องแรงมากแน่(เพราะเคยเห็นพ่อ แม่ พี่ชาย เรากิน) ก็รู้นะว่ากินแล้วจะช่วยปรับสมดุลย์ให้ร่างกายกลับมาปกติ แต่ไม่ได้เป็นการรักษาโรค

...เหอๆ คราวที่แล้วก็หมอฝังเข็ม คราวนี้ก็หมอแมะกินยาจีน คราวหน้าเป็นหมออะไรอีกล่ะเนี่ย...